10วันรวด!!เที่ยวกรุงเทพ+ชลบุรี+อยุธยา+อัมพวา+สมุทธปราการ !!..สภาพปางตาย
posted on 04 Nov 2009 21:21 by llano-wayaren in daysโอยหายไปสักพัก ในที่สุดก็ได้โอกาศอัพบลอคเสียที ที่หายหัวไปคือไปเที่ยวเมืองไทย 10 วันรวดมาจ้าแหะๆ
พอดีเพื่อนเราเค้ามาจากญี่ปุ่นมาพักที่บ้านเรา10วันได้ ในเมื่อเพื่อนอุตส่าห์มาทั้งที เลยต้องพาเค้าไปเที่ยวหลายๆที่แบบคอมโบ10วันรวด
คนที่เคยเป็นฮิกกี้อยู่กับบ้านหน้าจ่อคอมตลอดเวลา แถมนอนกลางวันตื่นกลางคืนอย่างเรา ต้องมาตื่นกลางวันออกไปตากแดดข้างนอก
เกือบทุกวัน +[]+;;; จริงๆแล้วถึงแม้ต้องตื่นเช้าออกไปตะเวนตอนกลางวัน แต่ว่ากลางคืนเราก็ยังไม่นอนอยู่ดีเพราะติดนิสัย
เสียดายช่วงเวลาตอนกลางคืน ตอนกลับมาเพื่อนเรามักนอนทันทีแต่เราต้องมาเคลียงาน + อ่านหนังสือ +ทำความสะอาดMy dog
สุดท้ายก็นอนตอนตี4-5 ตื่น8โมงออกไปร่อนทุกวันติดกัน 10 วันสภาพเจียนตาย 55555 อ้วนอืดเพราะต้องกินเป็นเพื่อนเค้าตลอดเวลา
แถมตัวดำและเพราะไม่ได้เจอะแดดมานานหน้าเลยแพ้แดดสิวเขรอะอีกOTL
จริงๆแล้วอยากอัพบลอควันต่อวันเหมือนกันแต่ว่าเพื่อนมาอยู่ด้วยไม่กล้าที่จะทำงานส่วนตัวคนเดียว เลยมาอัพรวดเดียวพร้อมกันหมดเลย...
ไฟล์ภาพค่อนข้างเยอะคิดว่าอาจจะค่อนข้างหนัก ไงก็เปิดไว้แล้วค่อยกลับมาดูอาจจะดีกว่าจ้า
จริงๆแล้วภาพที่ถ่ายรวมๆมี400กว่าภาพได้แต่ว่าก็คัดๆมาแปะๆ นิดหน่อยจ่ะ
ตารางเที่ยว 10 วัน
วันที่ 1- กินข้าว+ล่องเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา
วันที่ 2- สยาม+มาบุญครอง+ประตูน้ำ(แพลตินัม)+เซ็นทรัลเวิล+พาไปนวดขา
วันที่ 3- บางแสน+สวนนงนุช
วันที่ 4- ตลาดน้ำอัมพวา
วันที่ 5- สำเพ็ง+ปากคลองตลาด
วันที่ 6- วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ วัดอรุณ ตลาดคลองสาน+ไปกินข้าวมันไก่ตลาดพลูตอนตี2
วันที่ 7- พระที่นั่งวิมานเมฆ พระที่นั่งอนันตสมาคม สวนสัตว์ดุสิต+พาไปนวดขา
วันที่ 8- อยุธยา
วันที่ 9- พามาชอบที่สยามพารากอน+สยาม+เซ็นทรัลเวิลอีกรอบ
วันที่ 10- ฟารม์จระเข้+เมืองโบราณ+บางปู+ตรอกข้าวสาร
วันที่ 11-วันนี้เค้าจะกลับแล้วเลยแค่ พาไปเดินบิกซีดาวคนอง อันนี้ไม่มีภาพถ่ายนะ กรักๆ
*************************************************************************
วันที่ 1 - กินข้าว+ล่องเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา
วันนี้เป็นวันแรกที่เค้ามาถึงไทย กว่าจะถึงไทยก็เกือบเย็นแล้วเราเลยจองเรือพานั่งกินข้าวล่องแม่น้ำเจ้าพระยา
จริงๆแล้วแม้เราจะเกิดที่กทม ก็เป็นครั้งแรกที่ได้ไปนั่งเรือล่องแม่น้ำนะ 555 ตอนแรกกังวลเหมือนกันว่าฝนจะตกไหม
เพราะฟ้าครึ้มมากแต่ว่าดีที่ไม่ได้ตก ตอนกลางคืนวัดอรุณกับวัดพระแก้วแล้วก็ไฟที่สะพานสวยดีนะ
**************************************************************************
วันที่ 2- สยาม+มาบุญครอง+ประตูน้ำ(แพลตินัม)+เซ็นทรัลเวิล+พาไปนวดขา
วันนี้นั่งแท็กซี่ไปที่สยามก่อนแล้วเดินมาที่มาบุญครอง→แพลตินัม→เซ็นทรัลเวิล ตามเสตป
ตอนแรกเห็นเพื่อนบอกว่าไม่ค่อยเอาเสื้อผ้ามาเพราะกะมาซื้อที่ไทย เลยพาเค้าไปที่แพลตินัมจะได้ซื้อเสื้อก่อนเลยแต่ว่าสุดท้ายแล้ว
ก็ไม่เห็นเค้าซื้ออะไร แต่ว่าคนที่เสียเงินซื้อนั้นกลับเป็นเราเอง =「」=;
เอ้อ ตอนเดินจากมาบุญครองไปที่พลาตินัมนั้น ระหว่างเดินมีฝรั่งมาถามทางไปแพลตินัมด้วย เป็นผู้ชายวัยกลางคน เป็นนักบินจากอิหร่าน
เราก็แบบภาษาอังกฤษแบบมั่วๆซั่วๆแต่ว่าก็เดินไปด้วยกันจนถึงประตูน้ำ ระหว่างทางมีชวนกินมะพร้าว+เลี้ยงเรากะเพื่อนด้วย >w<
พอหลังจากพาเค้าไปเซ็นทรัลเวิลแล้วก็พาไปนวดขาต่อที่คาร์ฟูแถวบ้าน
*************************************************************************
วันที่ 3- บางแสน+สวนนงนุช
ในที่สุดก็เริ่มเข้าสู่การเที่ยวแบบจริงจังซะที เพราะว่าวันอื่นมีกำหนดไปที่อื่นด้วย
สุดท้ายเลยมาทะเลที่แบบมาเช้าเย็นกลับได้ก็คือบางแสน55 เราชอบที่นี่นะ เพราะว่า
บรรยกาศดูสงบดี ทะเลน้ำขึ้นเยอะมาก + ขยะเยอะแบบน่ากัว(แต่ว่าก็ไม่ได้คิดออกแดดไปลง
ทะเลอยู่แล้วเลยไม่ค่อยใส่ใจอะไร) เช่าผ้าใบนั่งกินข้าว+อาหารทะเลจนถึงเที่ยงๆได้แล้วก็ออก
จากหาดบางแสนตรงไปวัดนาจา(จริงๆเหมือนมีชื่อที่เต็มๆอยู่จำไม่ได้แล้ว)
วัดนี้ตอนไปเห็นแบบยังกะหลุดไปในอีกโลก เพราะใหญ่+สวยแล้วละเอียดมากๆๆๆๆ ภายใน
มีรูปปั้นนาจา กับพระแม่กวนอิมหลายแห่งเหมือนกัน ในตึกใหญ่เข้าไปขึ้นไปได้ถึง3ชั้น ข้างใน
ทำได้ละเอียดมากๆ มังกรแบบเห็นเกล็ดแบบเป็นชั้นๆเลยอ่ะ ถ้าใครมีโอกาศไปแถวบางแสน
ลองแวะไปดูนะ >w</ เราไม่ได้สนใจวัดจีนเท่าไรแต่ว่าเห็นแล้วยังตื่นเต้นด้วยความอลังการ
ต่อไปขับรถออกไปทางพัทยาไปจนถึงสวนนงนุช
ที่นี่เคยมาครั้งแรกเหมือนกัน เป็นสวนที่มีพวกจัดสวน และเหมือนสวนสัตว์นิดๆ พาเพื่อนไปดูการแสดงรำไทยมวยไทย
และช้าง การแสดงช้างก็มีแนวๆ ช้างเล่นฟุตบอล ขับรถ วาดรูป อะไรแนวนี้ น่ารักดีนะ เอ้อๆ ตอนที่ไปดูการแสดงนี่แบบ
ไปเจอะฝรั่งที่นั่งข้างๆกันหน้าตา+ทรงผมเหมือนมัชชู(คานาดา)มากๆๆแฮ่กๆๆ แถมนั่งไปสักพักเหมือนเค้าอาจจะร้อน
มีการถอดเสื้ออีก 55555 เราเลยแทนที่จะดูการแสดงหันไปดูคนที่เหมือนมัชชูคนนี้แทน
มาตอนนี้แอบเสียดายที่ตอนนั้นน่าจะแอบถ่ายรูปเอาไว้ซิกๆๆ
อ้อก่อนเข้าไปดูการแสดงได้ไปถ่ายรูปกับเสือด้วย แบบเหมือนมีคนไปมุงกะถ่ายรูปติดๆกันเยอะมากแล้วก่อนที่จะถึงคิวเรา(จ่ายเงินไปแล้ว)
แบบเหมือนเสือมันเริ่มรำคาญลุกขึ้นมาคำรามดังลั่นเลย แล้วก็เดินไปมาขู่ๆไปทั่ว จนพ่อเราแบบแอบแซวพี่ที่คุมเสือว่าเอาเงินคืนได้ไหมครับ (ฮา)
แต่ตอนที่เราขึ้นไปดีที่ว่าเสือมันสงบพอดี เลยได้จับๆเยอะ จริงๆเค้าให้ถ่ายรูปได้แค่คนละ ภาพแต่ว่าน้องเรามันกดชัตเตอร์รัวเลย555
ออกมารวมๆได้ 5-6 ภาพแหน่ะ เสือขนสั้นๆแต่ว่านิ่มดีนะ เห็นแล้วอยากเอามือไปขยุ้มหน้าเล่นเหมือนกับที่เล่นกับหมาตัวเองบ่อยๆ
(แต่ว่าถ้าทำคงกลายเป็นว่าเราโดนเสือขยุ้มแทนสินะ) ที่สวนนี่แบบกว้างมากๆจะไปไหนถ้าไม่ขับรถไปนี่เดินขาลากแน่ๆ
แต่ว่าก็กว้างเกินจนแอบหลงเหมือนกัน เลยดูได้ไม่ทั่วเท่าไรก็เริ่มมึดแล้วภาพข้างบนเป็นภาพจำลองสโตนเฮน(เรียกถูกเป่าหว่า)
กับสวนสไตล์ฝรั่งเศษอ่ะ ปีนเขาขึ้นไปดูจากข้างบนสวยมากเรย แล้วพระอาทิตย์ตกก็สวยนะ >w<
*************************************************************************
วันที่ 4- ตลาดน้ำอัมพวา
โอยวันนี้เกือบตาย เพราะตื่นมาแล้วปวดท้อง ท้องเสีย+อาเจียน คลื่นไส้ตลอดแต่ตลาดน้ำอัมพวาถ้าไม่ไปวันนี้วันธรรมดาตลาด
ก็ไม่เปิดด้วย เลยกินยาแล้วแล้วก็พาเพื่อนไปด้วยสภาพร่องแร่งมาก ตอนไปถึงแบบแดดเปรี้ยงๆ+คนเยอะสุดๆแบบเดินแทบไม่ได้
พอเดินไปสักพักเราแบบเหงื่อออกเยอะมาก เดินเซแทดๆ แถมคลื่นใส้อีก กินอะไรไม่ได้เลยอาเจียนออกหมดอ่ะ
กะจะไปกินหอยเชลล์ที่นี่สักหน่อยแต่ว่าก็กินอะไรไม่ได้ ยิ่งหอยเชลล์นี่แบบตอนนั้นรู้สึกว่าเหม็นคาว จนคลื่นไส้กินไม่ลงเรยอ่ะ
(แต่ว่าคนอื่นบอกว่าอร่อยนะ คงเพราะว่าเราไม่สบายอยู่พอดี) นั่งไปสักพักกินอะไรไรก็ไม่ได้+เสียเหงื่อ+ท้องว่างมาก ตอนนั้นแบบตัวซีด
มือชาแบบไกล้เป็นลมแล้ว สุดท้ายเลยไปนั้งที่ท่าเรือเพื่อรอขึ้นเรือออกไปดูหิ่งห้อย ที่ท่าเรือนั่นคนไม่ค่อยหนาแน่นมากเลยรู้สึกดี
ขึ้นมานิดหน่อยแต่ว่าก็ยังปวดท้องอยู่ดี พอนั่งเรือไปได้สักพักค่อยรู้สึกว่าอาการดีขึ้น(แต่ว่าก็เซๆมึนๆอยู่ดี)
แต่พอหลังจากพระอาทิตย์ตกดินก็รู้สึกว่าเริ่มมีกำลัง+โล่งหัวขึ้นมาก ขากลับเลยหาซื้อไอติมโบราณ
กับไก่กินได้ (จริงๆแล้วที่ไม่สบายเพราะแพ้พระอาทิตย์หรือเปล่านะ555)
ตอนนั่งเรือดูหิ่งห้อย ก็มีหิ่งห้อยเยอะดีนะ แต่ว่าเพราะเห็นรอบที่สองแล้วเลยไม่ได้ตื่นเต้นเท่าไรกรักๆ
*************************************************************************
วันที่ 5- สำเพ็ง+ปากคลองตลาด
วันนี้เพิ่งหายจากไม่สบายเลยพาไปที่ๆไม่ไกลบ้านมาก
พอดีเพื่อนบอกว่าอยากซื้อพวกเครื่องประดับเยอะๆ เราก็เลยพาไปสำเพ็ง แต่ว่าพอไปถึงแล้วเค้าก็ซื้อแค่อันสองอันแค่นั้น
แน่นอนว่าคนที่เสียเงินมากกว่าก็เป็นเราอีกแล้ว 555เหมือนว่าพอเค้าไปเห็นเยอะเกินแล้วกลายเป็นว่าไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรดีอ่ะ OTL
ตอนเดินๆเห็นร้านกล้วยปิ้งที่ว่าเหมือนเป็นร้านดัง เลยซื้อลองให้เค้ากิ้น แต่ว่าร้านไม่ยอมขายอันเดียว ขายแบบ3ชิ้น20บาท
เพื่อนเรากินได้แค่ 1 ชิ้นกลายเป็นว่าอีกสองต้องทิ้งไปแทน +「」+; พอเดินออกจากสำเพ็งก็แวะเข้าไปกินข้าวที่ดิโอล์สยามพลาซ่า
พอเริ่มเย็นก็แวะพาไปเดินเล่นที่ปากคลองตลาดต่อที่นี่เมื่อก่อนมาบ่อยเพราะงานโรงเรียนกะตอนจัดช่อดอกไม้วันวาเลนไทน์
เป็นที่ๆเดินแล้วรู้สึกสดชื่นดีนะเพราะดอกไม้เยอะ 555 ตอนที่ไปรเวทคอสคิคุ กับ คิระ ก็มาซื้อดอกกุหลาบที่นี่ไปแหล่ะนะ
*************************************************************************
วันที่ 6- วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ วัดอรุณ ตลาดคลองสาน+ไปกินข้าวมันไก่ตลาดพลูตอนตี2
ไม่ได้มาวัดพระแก้วตั้งนาน ที่นี่คนไทยเข้าฟรีได้แต่ว่าต่างชาติต้องเสียเงินค่าเข้าก่อนหน้าที่เคยมานั้นบัตรต่างชาติแค่ 250
แต่ว่าตอนนี้กลายเป็น 350 เสียแล้ว ตอนที่ลงจากรถแท็กซีพอลงไปปุ๊ปก็โดนรุมกระหน่ำด้วยพวกกลุ่มพ่อค้าที่มาคอย
หลอกให้นักท่องเที่ยงซื้อพวกร่มกับโปสการ์ด OTL ที่นี่จะมีพิพิทธภัณอาวุธโบราณด้วยอ่ะ มีพวกปืนดาบสมัยโบราณ
มีปืนของอังกฤษกับอเมริกา สมัยอเมริกาประกาศเอกราชด้วย!!!! แบบดูไปจิ้นไปเลย555
พอหลังจากเดินที่วัดพระแก้วแล้ว โชคดีที่ได้รู้จักแฟนเก่าพี่ที่ตอนนี้ไปเป็นคนตามเสด็จทำงานอยู่ในวังโดยบังเอิญพอดี
เค้าเลยพาเดินลัดมาทางที่ห้ามคนนอกผ่าน เลยได้ออกมาทางที่อยู่ติดกับวัดโพธิ์ เลยเดินต่อไปที่วัดโพธิ์
วัดนี้มีพระนอนที่ใหญ่มากๆๆอยู่ เพิ่งมาได้เป็นครั้งที่สอง วัดนี้นักท่องเที่ยวเสีย 50บาทคนไทยเข้าฟรีจ่ะ ตอนเดินไปที่ทางคนไทยนั้นเรา
โดนพี่ที่คุมที่นั่นมาว่าเป็นภาษาอังกิดว่า โน่ๆๆดิสอิสฟอไทพีเพิล OTL..... เราก็เลยบอกว่าอ่า.. คือคนไทยค่ะ
พี่เค้าก็แอบตกใจหัวเราะใหญ่เรย หลังจากไปวัดโพธิ์แล้วก็มานั่งเรือข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ท่าเรือท่าเตียนเพื่อข้ามไปเดินต่อที่วัดอรุณ
ตอนไปที่นี่เจอะแมว นอนอยู่เลยแอบไปกระหน่ำชัตเตอร์ใส่เกือบ10รูปได้ จนแมวหนีไปเลย555 ต่อมาก็ไปปีนๆวิหาร(เรียกว่าวิหารหรือเป่าหว่า)
ทางปีนขึ้นไปเป็นอะไรที่บันไดที่เหยียบสั้นแล้วก็ขึ้นบันไดชันมาก แถมสูงปีด แบบตอนปีนขึ้นไปใครตกมานี่อาจมีเสียชีวิตได้
แต่ว่าก็ปีนกันไปได้จนถึงชั้นบนท้องฟ้ายามเย็นที่มองจากชั้นบนสวยๆมากๆเลยอ่ะ
หลังจากนั้นก็เดินออกมาข้างนอกแล้วนั่งรถเมล์สาย 57 ไปตลาดคลองสานต่อ
ที่นี่เพื่อนเราซื้อของได้ค่อนข้างเยอะเพราะว่าร้านวางเป็นชิ้นๆไม่ได้มีให้เลือก
เยอะเหมือนกับพวก ประตูน้ำกะสำเพ็ง555 เราได้กระเป๋ามือสองที่เหมือนกับไปรษณีย์โบราณมาด้วยอ่ะ
ราคา 800 พี่สาวต่อให้จนถึง600 จริงๆกระเป๋าใบนี้ ตอนเช็คออคชั่นที่ญี่ปุ่นนั้น ขายกันที่35000เยนได้
มาเจอะที่ไทย ถึงแม้จะเป็นมือสองแต่ว่าก็แอบดีใจที่ได้มาเหมือนกัน คืนวันนั้น ตอนตีสองพี่สาวขับรถ
มารับพาออกไปกินข้าวมันไก่เจ้าดังแถวตลาดพลู ขนาดตีสองแล้วแต่ว่าร้านนั้นก็ยังคนแน่นๆนะ
เพื่อนเราแอบตกใจเลยว่าคนไทยนี่เป็นพวก ตื่นกลางคืนกันเยอะหรือไงนะ 5555
*************************************************************************
วันที่ 7- พระที่นั่งวิมานเมฆ พระที่นั่งอนันตสมาคม สวนสัตว์ดุสิต+พาไปนวดขา
วันนี้ไปพระที่นั่งวิมานเมฆซึ่งเป็นที่ๆพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(ร.5)เคยพักอยู่ชั่วคราว และทั้งหลังทำด้วยไม้สักทอง
เวลาเข้าไปที่นี่จะต้องฝากกระเป๋าไว้หมดแน่นอนว่ากล้องกับมือถือก็ห้ามนำเข้าไป ที่นำเข้าไปได้ก็มีแค่กระเป๋าสตางค์กับสิ่งมีค่าเท่านั้น
พอเข้าไปแล้วจะมีไกด์ของที่นี่ที่คอยเดินนำพาไปและอธิบายเป็นภาษาอังกฤษให้ เพื่อนเราคนญี่ปุ่นเค้าไม่ได้ภาษาอังกฤษเลย
เราเลยคอยแปลภาษาอังกฤษเป็นญี่ปุ่นให้ ภายในนี่แบบสวยมากมายยยย เข้าไปแล้วให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในบ้าน
ขุนนางอังกฤษสมัยศตวรรษที่ 19 >w< เราเป็นพวกชอบยุโรปสมัยยุคนั้นอยู่แล้วแบบเดินดูไปตื้นตันไป
จะมีห้องรับรองแขกสำคัญของบ้านเมืองที่มีเก้าอี้โซฟาแบบหลุยส์ที่สั่งตรงจากอังกฤษสมัยศตวรรษที่19 อยู่หลายห้องเหมือนกัน
นอกนั้นก็มีของต่างๆของยุโรปในสมัยนั้นเยอะมาก มีของที่สมัยนั้นตปทได้เอามามอบให้กับ ร.5 ภาพของราชินีวิกตอเรียก็มีอ่ะ
แบบดูไปขนลุกไป แอบกรี้ดกร้าดในใจไปด้วยเลย แต่ว่าก็ไม่ได้แค่ตื่นเต้นกับของยุโรปในสมัยโบราณอย่างเดียวนะ
จริงๆแล้วเราเป็นพวกบ้าของโบราณมากเลย พอเดินในพระที่นั่งก็แบบนึกไปถึงว่าที่นี่สมัยก่อนเคยมีคนอาศัยอยุ่
แล้วก็รู้สึกตื้นตัน(อยู่คนเดียว)นิดๆ ได้ไปห้องของร.5 ด้วย มีบันไดที่ร.5เท่านั้นที่จะผ่านได้ในสมัยนั้น
(แต่ว่าตอนนี้นักท่องเที่ยวก็เดินทางนั้นแหล่ะนะ) มีบันไดสำหรับคนรับใช้ส่วนตัวด้วย เห็นแล้วรู้สึกถึงสังคมในสมัยนั้นจริงๆ >w<
ภายในพระราชวังแบบกว้างมากๆ จนแค่เดินวนๆรอบก็ปาไปครึ่งชมได้เลย
ไปแล้วก็รู้สึกอยากไปอีกรอบมากๆ คิดว่าเดี๋ยงคงหาทางจัดทัวร์ลากเพื่อนๆไปอีก แอะๆ
พอออกมาแล้วก็ไปที่ๆเป็นเหมือนที่เก็บรถม้า+โรงรถสมัยโบราณ เป็นอีกที่ๆเราแบบกรี้ดกร้าดตื้นตันอีกรอบ
แบบเกิดมาเพิ่งเคยได้เห็นรถม้าของแท้(แถมเป็นอันที่สร้างสมัยศตวรรษที่ 19) แต่ละอันนั้นจะมีดีไซน์ที่ใส่ตัวครุฑหรือ
เครื่องหมายที่แสดงความเป็นไทยอยู่แต่ก็ล้วนสั่งพิเศษตรงจากอังกฤษทั้งนั้น !!
หลายรุ่นเคยเห็นจากในคอมมิกที่เกี่ยวกะยุโรปโบราณอยู่เหมือนกัน มีทั้งแบบเปิดหลังคาและปิดหลังคาเลยหล่ะ
เนื้อด้วยเวลาไม่เยอะเลยไม่ค่อยได้เดินดูรอบๆ พระที่นั่งวิมาณเมฆเท่าไร แต่มุ่งไปที่พระที่นั่งอนันตสมาคมแทน
ที่นี่ก็เป็นอาคารที่สร้างในสมัยพระจุลจอมเกล้าอยู่เหมือนกัน ตอนแรกคิดว่าเค้าจะไม่เปิดให้คนนอกเข้านอกจากวันเด็ก
เลยกะไปเดินๆเล่นดูอาคารรอบนอก แต่ว่าพอไปถึงเหมือนว่าเค้าเปิดให้คนนอกเข้า แต่ว่าต้องเสียค่าเข้า 150 บาท
(ไม่ว่าจะคนไทยหรือต่างชาติ)ส่วนที่เปิดให้เข้าวันเด็กนั้นคือเปิดให้เข้าฟรีอ่ะ
แต่ว่าอุตส่าห์มาแล้วก็เลยยอมเสียเงินเข้าไปดูแหล่ะนะ ที่นี่จะเคร่งมาก ผู้ญถึงแม้จะใส่กางเกงขายาวก็ไม่ได้อ่ะ ต้องเป็น
กระโปรงเท่านั้น ดีที่เราวันนั้นใส่กระโปรงไปพอดีแต่ว่าเพื่อนเราเค้าใส่กางเกงเลยต้องซื้อโสร่งใส่อ่ะ
(แต่ว่าราคาก็แค่ 40บาท ผ้าดี+มีสีสวยๆให้เลือกเยอะมาก ซึ่งแอบคิดว่าถูกนะ) ที่นี่เค้าก็ห้ามนำกระเป๋าอะไรเข้าไปเหมือนกัน
ที่นำเข้าไปได้นั้นมีแค่กระเป๋าเงินเท่านั้นอ่ะ ก็ฝากของอะไรเรียบร้อย พอเข้าไปข้างในแล้วแบบตะลึงไปเลยเพราะว่าภายใน
นั้นสวยมวากกกกกกกกก แบบสวยมากจนขนลุกเลยอ่ะ ภายในเปิดแอร์เย็นสบายด้วย คนก็โล่งๆดูแล้วแบบรู้สึกถึงบรรยากาศที่โอ่อ่า
อลังการมาก ภายในก็มีภาพวาดกำแพงที่มีเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ไทย กับมีผลงานแกะสลัก ภาพเขียน และอีกมากมาย
แต่ว่าเราเน้นที่มองหลังคาเสียมากกว่า แหะๆ รู้สึกว่าให้อยู่ดูทั้งวันยังดูได้ไม่เบื่อเลยอ่ะ จริงๆตอนที่เข้าไปนี่แบบให้ความอารมห์เหมือนว่า
ได้มาเหยียบอีตาลีแล้วสินะได้เลยนะ >w<
พอหลังจากนั้นก็ไปสวนสัตว์ดุสิตต่อ ไม่ได้ไปมาเกือบสิบปี อะไรๆเปลี่ยนไปมากมาย แต่ว่าสำหรับเราๆชอบแบบเดิมมากกว่านะ
ตอนนี้เหมือนมีร้านค้าอะไรเพิ่มมากขึ้นดูรกๆยังไงไม่รู้เหมอืนกัน
แถมจะเดินดูสัตว์ก็เดินวนซะหลงเลยเพราะป้ายบอกทางมีน้อยมาก + กับตอนซื้อตั๋วก็ไม่ได้มี
แผนที่อะไรให้อ่ะ OTL อากาศคงร้อนๆ สัตว์ทุกตัวนอนเหี่ยวกันหมด ยกเว้นยีราฟที่เอาแต่กิน555 ที่ไปนี่รู้สึกดีใจที่ได้ไปเห็นเสือสีขาว
ที่ตอนแรกนอนหงายอืดๆ ทำท่าเหมือนแมวมาก แต่ว่าตอนกลับเดินผ่านอีกที เหมือนตื่นขึ้นมาโพสท่าสวยๆให้ดู
เดินที่สวนสัตว์ได้จนถึงสี่ห้าโมงเย็นก็นั่งแท็กซี่พาเพื่อนไปร้านนวดขาต่อแถวบ้าน
*************************************************************************
วันที่ 8- อยุธยา
วันนี้ได้ไปอยุธยา เป็นครั้งที่สองของเราที่จะได้ไปอยุธยาด้วยอ่ะ (ครั้งแรกตอนป5ได้มัง)
แถมเป็นวันแรกที่ทำให้รู้สึกได้ถึงการถูกมนุษย์หลอกลวงได้เลย 5555
เพื่อนเรากับเราอยากนั่งรถไฟเพราะว่าให้ความรู้สึกว่าเหมือนการเดินทางดี เลยไปที่หัวลำโพงเพื่อตีตัว
ตอนออกจากแท็กซี่เหยียบหัวลำโพงก็แอบโดนรุมด้วยเสียงเรียกของเหล่าแท็กซี่กับตุ๊กๆที่มาคอยดักคนต่างชาติ
และก่อนที่จะเข้าไปซื้อตั๋วก็เหมือนมีบริษัททัวร์ที่ตอนแรกทำเหมือนมาแนะนำสายรถไฟให้ ไปๆมาๆคือเค้า
อยากให้มาจ้างแท็กซี่เค้าเหมาขับไปรายวันมากกว่า เห็นว่าบอกว่าถ้าไปที่อยุธยาแล้วต้องจ้างชมละ 500 เลยนะ
ให้จ้างของเค้าจะถุกกว่านา บลาๆๆเราลองโทรไปถามเพื่อนเค้าก็บอกว่าไม่น่าจะแพงขนาดนั้น ไปเองดีกว่าอย่าไปจ้างเลย
แถมเพื่อนเราก็อยากนั่งรถไฟกันก็เลยปติเสธหันไปซื้อตั๋วรถไฟแทน ตั๋วรถไฟตีไปอยุธยาราคา 245บาทได้ แอบแพงอยู่
เหมือนกัน ซิกๆ(จริงๆเพราะถ้านั่งรถบัสแอร์แล้วมันแค่ 50บาท) พอถึงอยุธยาก็ลงอีหรอบเดิม คือโดนเรียกจากเหล่า
ตุ๊กๆเหมือนเดิม ได้คุยกะพี่คนนึงที่เป็นกระเทยที่มาเรียกเรา เค้าก็แบบบอกว่าจริงๆมันชั่วโมงละ300ละ(แต่ว่าไอ้บริษัททัวร์ที่หัวลำโพง
บอกว่า500 ) เราก็บอกว่าเราคนไทยนะ ขอราคาไทยได้ไหม ตอนแรกเค้าก็ไม่เชื่ออ่ะ จนแบบขอบัตรประชาชนดู
พอเค้าเห็นก็หัวเราะๆบอกว่าช่วยไม่ได้ งั้นพี่ขอคนละ 750 บาทแบบเช่าเหมา ขับไปจนถึง4โมงเย็นละกัน
บอกว่านี่ราคาปกติของตำรวจท่องเที่ยวแล้วนะ ซึ่งเราก็ไม่เคยมาเหมือนกันไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง
เลยเลยตามเลยยอมเช่าเค้าไปพี่เค้าก็นิสัยดีคุยดีนะ ก็พาไปวัดแรกที่มีพระนอน แล้วก็ตามด้วยที่ๆมีเศียรพระอยู่กับรากไม้
(ขออภัยเพราะจำชื่อวัดไม่ได้ซักวัดเรยOTL)ตอนเข้าวัดแต่ละที่ คนไทยจะเสีย 10 บาท ส่วนต่างชาติจะเสีย 50 อ่ะ
เราตอนไปซื้อพอบอกว่าคนไทยก็ไม่ยอมเชื่อหลายที่อยู่เหมือนกันจนต้องแบบคอยควักบัตรประชาชนออกมาให้ดู ซิกๆๆๆ
ทั้งๆที่เราก็คุยภาษาไทยปกติใส่พวกร้านค้านะ แง่งๆๆๆ มีตอนที่ไปเสี่ยงเซียมซีที่วัดๆ นึง ก็มีคนคอยมาอธิบาย+สอนวิธีไหว้พระให้คนต่างชาติอ่ะ
แล้วพอเราเสี่ยงเซียมซีเสร็จตอนจะเดินไปเอากระดาษเซียมซีภาษาไทย ก็มีคนที่ดูแลที่นั่นวิ่งมาแบบ โน่วๆๆดิสอิสฟอไทย์
แล้วก็หันไปหยิบใบภาษาอังกฤษให้เราบอกว่าดิสดิสอิงริสแลงเกวสเพื่อนเราแบบหัวเราะมากมาย เราเห็นว่าเค้าอุตส่าห์หวังดีให้เรา
เลยแกล้งเลยตามเลยแต่ว่าพอเค้าไปก็แอบแวบหันไปหยิบใบภาษาไทยมาอ่าน 555
พอหลังจากไปวัดแรกๆเสร็จต่อมาพี่ตุ้กๆก็พาเราไปขี่ช้างอ่ะ พี่เค้าบอกว่ามีสองที่ คือถ้าในแคมป์จะ 10นาที 200
แต่ว่าถ้าอีกทีอยู่ไกลเมืองหน่อยเดินในป่าดูดีหว่า 10 นาที400 ซึ่งราคานี้คือไม่ว่าจะไทยหรือต่างชาติก็เท่ากันหมดอ่ะ
ประมาณว่าไม่ได้สนใจที่จะรับนักท่องเที่ยวไทย ถ้าอยากนั่งก็ต้องมีปัญญาจ่าย พอพี่ตุ๊กๆเค้าแนะนำมาเราก็เลยยอมลอง
ไปที่เค้าว่าเดินในป่าดู (10นาที 400 แพงมวากกก) แต่ว่าพอไปจริงๆ เหมือนแค่แนวนอกเมืองธรรมดาไม่ได้มีเดินในป่าหรือ
อะไรเลยอ่ะ มีตอนเดินออกมาเป็นแนวช้างเดินฝ่าสถานที่ก่อสร้างด้านข้าง แล้วก็เดินออกมาที่ถนนเพื่อถ่ายรูปกับต้นไม้
ธรรมดา แอบบช็อคมากมาย(คือถ้าเดินในแค็มปที่ 10นาที200ที่พี่เค้าบอกไม่มีอะไรนี่ ตอนเป็นดูจริงๆแล้วดีกว่ามากอ่ะ
เดินในที่ๆมีต้นไม้เยอะๆกะเดินรอบๆเมืองดูวัด+สถานโบราณด้วยอ่ะ)
จริงๆเหมือนพี่ตุ๊กๆ เค้ารู้จักกับคนที่นั่นคงเป็นแนวว่าได้ค่านายหน้าถ้าเรียกลูกค้ามาด้วยอ่ะ
ซิกๆๆ ตอนเราไปแรกๆ เค้าก็พยายามพูดภาษาญี่ปุ่นปนอังกฤษใส่เรากะเพื่อน เราก็บอกว่าเอ่อ คนไทยค่ะ ก็แบบตกใจ
เฮฮากันใหญ่(แง่งงงง) คงเป็นเพราะว่าที่นี่ไม่ค่อยมีแขกไทยมาสินะ (แหงหล่ะ 10นาที 400 =3=)
แต่ว่าควานช้างที่นี่เฮฮามากนิสัยดีมากอ่ะ จริงๆ ถ้าถ่ายรูปกับช้าง + ตอนขี่ช้างแล้วจะต้องเสียเงินด้วย
แต่ว่าพี่ควานช้างพอเค้าพาไปไกลๆ คอกแล้วเค้าก้อแอบลงไปถ่ายรูปให้โดยไม่ต้องเสียเงินอะไร(จริงๆเค้าคงรู้สึกแหล่ะว่ามันแพง55)
แล้วพอไปกลับไปถึงคอก ก็มีคนมาเรียกถามว่าจะถ่ายรูปช้างไหม เสีย 20 (หรือ50หว่า) แต่ว่าพี่ควานช้างกะเพื่อนเค้าก็เข้ามา ช่วยถ่ายให้
แบบถ่าย + เล่นกับช้างเยอะๆ มีถ่ายกับพี่ควานช้างด้วย จนพวกกลุ่มที่เรียกถ่ายแล้วเก็บเงินเหมือนมาแยบๆว่าๆ ให้พอได้แล้ว 55
ต่อไปพี่ตุ๊กๆก็พาไปที่วัด(ที่ไม่เห็นวัด)แต่ว่าก็มีพระนอนองค์ใหญ่ๆกะมีที่ให้ไหว้พระกัน ก็ไปไหว้ๆ ตอนไปเหมือนมีคนไทยที่มาคอยช่วย
สอนวิธีไหว้แล้วก็พาเราเดินไปปิดทองพระอ่ะ ตอนแรกคิดว่าเป็นคนดูแลแถวนั้นที่นิสัยดีมาสอนนักท่องเที่ยว แต่ว่าที่ไหนได้พอปิดทองเสร็จ
อยู่ๆก็เอาจี้พระเล็กๆ มาวางใส่มือเรา บอกว่านี่อยุธยา พระอยุธยา มีแล้วดี กู้ดๆ 500เยน พระอยุธยา.......... เราก็บอกว่าเอ่อไม่เอาค่ะ
นี่คนไทยนะคะ แต่ว่าป้าแกก็ไม่เชื่ออีก จะขายเท่านั้นอ่ะ ก็แบบจับมือเราเอาพระมาวางอีกเยอะๆบอกว่า โอ้วยูพูดไทยได้ เก่งๆ ซื้อพระอยุธยาสิ
500เยน นะ บอกว่าป้าไม่มีเงิน มีลูกเยอะบลาๆๆๆอะไรไม่รู้อ่ะ แต่ว่าพอเราดูพระแล้วด้านหลังเขียนวัดอะไรสักอย่างแต่ว่าก็เขียนว่ากรุงเทพมหานคร
กับระยอง อะไรแนวนี้อ่ะ ไม่เห็นมีเขียนว่าอยุธยาสักอันเลยยยย เราก้อแบบใช้เวลานานมากกว่าจะหนีได้ (จริงๆจี้พวกนี้เคยเห็นขายแบบเลหลังเยอะๆ
แถววัดโพธิ์นะ อันละ20 ไม่แน่ป้าเค้าอาจจะไปซื้อพวกนี้มาหลอกขายนักท่องเที่ยวแหล่ะ) แต่ว่าถ้าจะหลอกจริงๆ อย่างน้อยน่าจะเอาที่เขียนว่าอยุธยา
มาซะหน่อยนะ คงคิดว่านักท่องเที่ยวอ่านไทยไม่ออกแล้วคงจะโดนหลอกให้ซื้อไปหล่ะสิ เฮ้อ......
ต่อมาพี่ตุ๊กๆก็พาไปกินข้าวอ่ะ ซึ่งแบบร้านที่เค้าพาไปเป็นเหมือนร้านอาหารไทยทำมะดาดูเก่าๆเล็กๆ กะไม่ได้สะอาด
มากด้วยอ่ะแต่ว่าอยู่ติดริมแม่น้ำนะ แบบพอไปถึงเปิดเมนูดูแต่ละอ่ะคือแอบชอค...... ร้านแบบราคาแพงกว่าร้านอาหาร
ดีๆในกรุงเทพอีกอ่ะ....
ข้าวผัดกุ้ง 100 แกงเขียวหวาน 180-250 อันอื่นไม่ได้ดูเยอะแต่ว่าเหมือนว่า จะเป็นเลขสามหลักหมดอ่ะ
ไม่รู้จะกินอะไร เลยจำใจยอมสั่งแกงเขียวหวานมา สั่งหม้อเล็กเลยอยู่ราคาที่ 180 ส่วนน้ำ สั่งแป็บซี่มา
แต่ว่าก็เทแบบไม่มีน้ำแข๊งอ่ะ เป็นแป็บซี่เปล่าๆเท่านั้น พอเราถามว่ามีน้ำแข๊งไหมเค้าก้อหันไปสั่งว่าน้ำแข๊งกระติกนึง........
แหง่ะ ..... แป็บซี่1 ขวดต้องสั่งน้ำแข๊งกระติกนึงเลย..... OTL แน่นอนใช้น้ำแข๊งไปได้แค่ 4-5ก้อนเท่านั้น
เหมือนพี่ตุ๊กๆเค้าก็รู้จักกับคนในร้านนี้เหมือนกัน คงแนวได้ค่านายหน้าถ้าพาลุกค้ามาให้เหมือนกับตอนนั่งช้าง
โต๊ะข้างๆหลายๆโต๊ะเป็นลุกค้าญี่ปุ่นหมดเลย คงเป็นอะไรที่โดนเหล่าตุ๊กๆหลอกพามาสินะ OTL
แถมแกงเขียวหวานที่เราสั่งมาแบบ ไม่อร่อยเลย รสชาติไม่เหมือนแกงเขียวหวานแบบน่ากัว ..... แอบเสียใจกับมื้อนี้มากๆ
พอหลังจากเสียใจกับอาหารกลางวันไปแล้ว พี่ตุ๊กๆก็พาไปเมืองเก่า กับวันเบญจมบพิตร กับเดินๆวนๆแถวๆนั้น
จนถึง4 โมงพี่เค้าก็พาไปที่ขึ้นรถบัส นั่งรถกลับกทม. อุตส่าห์ไปอยุธยาแล้วแต่ว่าไม่ได้มีโอกาศเดินซื้อของกินหรือของ
ฝากอะไรเลยแอบเสียใจเหมือนกัน รถบัสพามาส่งที่แถวหมอชิตใหม่ เลยนั่งแท็กซี่มาต่อรถบีทีเอสต่อกลับบ้าน
วันนี้ไปอยุธยาไม่ได้ใช้อะไรมากมาย แต่ว่าโดนขูดรีดไปเกือบ 3000ได้ แงๆๆๆๆ แอบรู้สึกกลัวอยุธยาขึ้นมานิดๆเหมือนกันนะ
แต่ว่าก็อยากไปอยู่ดี คราวหน้าถ้าไปคงให้เพื่อนหรือพ่อขับรถไป หรือไม่ก็เช่ารถจากกทมไปคงจะถูกกว่ามาก
*************************************************************************
วันที่ 9- พามาชอบที่สยามพารากอน+สยาม+เซ็นทรัลเวิลอีกรอบ
วันนี้ไม่มีอะไรมาก พอดีเพื่อนเราเค้าอยากไปซื้อพวกของที่ระลึกแนวหรูๆที่ขายสำหรับต่างชาติที่เซ็นทรัลเวิล
กับพารากอน ที่เค้าซื้อก็มีพวกครีมอาบน้ำสำหรับสปาที่ขวดละ 600ได้ อากาศวันนี้ก็สดใส+ร้อนเหมือนเดิม TwT
ตอนแรกก็ไปแถวสยามเดินวนๆก่อนแล้วก็ต่อที่พารากอนแล้วไปเซ็นทรัลเวิล เดินจนถึงเวลาเซ็นทรัลเวิลปิดกันเลย
ภาพหมาข้างบนเป็นหมาแถวบ้านที่ฉลาดมากๆ ตอนเดินออกมามันไปนั่งแอบอยู่หลังถังขยะเลยเข้าไปถ่ายรูปเล่นกัน
ตอนถ่ายแบบไม่ขยับไปไหนเลยอ่ะ นั่งมองกล้องตั่งท่าให้ด้วยน่ารักมาก เอะๆ (อยากให้หมาที่บ้านได้สักครึ่งของเจ้านี่จัง
หมาที่บ้านไม่อยุ่เฉยให้ถ่ายรูปได้เลย ซิกๆ)
*************************************************************************
วันที่ 10- ฟารม์จระเข้+เมืองโบราณ+บางปู+ตรอกข้าวสาร
ก่อนวันที่เค้าจะกลับพ่อเราเลยพาไปที่ฟาร์มจระเข้ สมุทธปราการกับเมืองโบราณ
ฟาร์มจระเข้นี้เห็นว่าเป็นฟาร์มจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดเลยอ่ะมีจระเข้เยอะมากๆ
ก็ไปดูโชว์(ก็มีพวกจับจระเข้ เอามือเอาหัวลอดเข้าปากจระเข้อะไรแนวนั้น) ก็สนุกดีเหมือนกันนะ
พอหลังจากดูจระเข้เสร็จก็กินข้าวกัน ที่นี่ถึงเป็นที่ท่องเที่ยวแต่ว่าอาหารอะไรก็ราคาไม่แพงเลยอ่ะ
แถมอร่อยด้วยนะ พอหลังจากกินเสร็จก็ขับรถไปเมืองโบราณต่อ
เราไม่ได้ไปเมืองโบราณนานมากละ คนไทยจะ 150 ต่างชาติ 300 เราเอารถเข้าไปด้วยต้องเสียค่าเอารถเข้าอีก
300 อ่ะ แต่ว่าเพราะว่าในนั้นมันกว้างมากไม่เอารถเข้าไปนี่เดินกันขาลากแน่ๆ(จริงๆมีแบบเช่าจยยด้วยแหล่ะแต่ว่า
ร้อนมากปั่นกันน่องโป่งแน่ๆ555) เราเคยมาที่นี่เมื่อ10ปีก่อน ตอนนั้นที่นี่เพิ่งสร้างต้นไม้ยังไม่ขึ้นยังกะทะเลทราย
แต่ว่าคราวนี้ไปแล้วต้นไม้ขึ้นดกดำสวยงามมากอ่ะๆ ร้านค้ากับห้องน้ำก็สะอาด+มีตลอดทางด้วย
แผนที่จะเป็นรูปประเทศไทยเลยแล้วแบบจำลองที่ต่างๆก็จะตั้งอยู่ตามภาคจริงๆ ถึงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่าของจริง
(แต่ว่าก็ใหญ่มโหลาฬอยู่ดี) ก็ทำละเอียด+สวยมากๆอ่ะ พวกวิหารนี่ไม่ได้แค่จำลองข้างนอกเท่านั้น ภายในก็สวยแบบสุดๆ
ดูแล้วยังกับไม่ได้เป็นของจำลองยังไงยังงั้นเลย >w< สุดยอดมักๆ
มีสถานที่สำคัญในไทยเกือบทั้งหมดที่จำลองมาไว้ มีบ้านโบราณของชาวเมืองภาคต่างๆด้วยอ่ะ
บางที่ก็ไม่ได้จำลองมาแต่ว่าทำขึ้นมาเพื่อที่นี่โดยเฉพาะ
พอหลังจากนั้นก็แวะไปบางปู ซึ่งเป็นที่ๆนกนางนวจเยอะมาก+บรรยากาศสวยสุดๆอ่ะ
ตอนเข้าไปแล้วให้อารมห์เหมือนอยู่ตปทเหมือนกัน 555 นกนางนวลมีทั้งแบบลอยอยู่ในทะเล
แล้วก็บินวนไปมา จริงๆแล้วเหมือนมันมีเปลี่ยนกะที่จะบินขึ้นมากินอาหารหรือเปล่านะ
เพราะว่าเหมือนพอไปสักพักแล้วไอ้พวกที่บินอยู่ทั้งฝูงก็จะบินหายไปพวกที่ลอยอยู่บนน้ำก็พากัน
บินขึ้นมาแทนเพื่อมารับอาหาร อาหารนกจะเป็นหนังหมูถอดที่ขายจานละ 50 เราซื้อ2จาน
ตอนซื้อจานที่ 2 ป้ามีการแถมให้ด้วยอิอิๆ นกนางนวลมันตาไวมากอ่ะ แบบโยนไปธรรมดา
โฉบรับได้หมดเลย ขนาดอันที่เศษเหลือๆเล็กจนมองแทบไม่เห็นนกก็ยังบินมาโฉบรับได้ทันที
ที่นี่มีช่างกล้องมาตั้งกล้องถ่ายกันเยอะมาก(กล้องแบบโปร) พระอาทิตย์ตกที่มองจากที่นี่ก็สวยมากๆเลยอ่ะ
พอกลับมาถึงกทมก็พาเพื่อนไปกินบาร์บีคิวเสร็จแล้วก็ไปต่อกันที่ตรอกข้าวสารเพระว่าเป็นวันฮาโลวีนพอดี
(พอดีเพื่อนเราเค้าอยากดูฮาโลวีนแบบไทยๆ)
วันนั้นเราคอสแนวๆโจรสลัดด้วย กรักๆ (แต่ว่าไม่ได้ถ่ายมาเพราะอืดเกิน) ที่นั่นคนเยอะมากๆๆ เดินแทบไม่ได้
มีคนแต่งผีเยอะเหมือนกันนะ มีคนที่คอสแจคสแปรโร่วที่ดัง ๆมาออกร้านด้วยพี่เค้าหน้าตาเหมือนมาก ๆเลยอ่ะ>w<
ชอบๆ จริงๆอยากเดินอีกนานๆเหมือนกันแต่ว่าเพื่อนเราเหมือนไม่ค่อยชอบที่แบบนี้ ดูเค้าเหมือนอยากกลับ
เลยเดินนิดหน่อยแล้วก็กลับอ่ะ (เพื่อนเราเค้าอาจจะคิดว่าคอสกันแนวน่ารักๆ สินะ แต่ว่าพอมาแล้วเหมือนเป็นแนว
ผับเยอะๆแทนคงไม่ชอบ) แต่ว่าเราได้เล่นกับคุยกะหลายๆชาติสนุกดีเหมือนกันนะ คิดว่าปีหน้าอาจจะหาทางไปอีก
เอะๆๆ
*************************************************************************
วันที่11 พอดีเพื่อนเราจะกลับตอนเย็นแล้วเลยไม่ได้ พาไปไหนเค้าอยากไปบิ๊กซี่(เพราะมันลงไกด์บุ๊คญี่ปุ่น)
เลยพาไป วันนี้เลยไม่ได้มีภาพถ่ายอะไร 5555
เอนทรี่นี่พอดีดูเหมือนมันจะยาวมากๆ แล้ว ไงไว้เดี่ยวขอตอบคอมเม้นที่ดองๆ ไว้+คอมเม้นของเอนทรี่นี้
ในเอนทรี่หน้าเน่อ >w<








(ส่วนตัวขี้เกียจจัด ไปได้แค่ที่สองที่ก็ร่ำร้องจะกลับบ้านซะแล้ว แหะแหะ)
) เห็นรูปถ่ายงาม ๆ แล้วอยากไปอีกจังแฮะ ....ตรอกข้าวสารคืนวันฮาโลวีนคงคนเยอะมากค่ะ เคยหลงไปครั้งนึงแล้วก็ไม่ไปอีกเลย คนแน่นเกิน ^^;
(แต่แอบเสียใจตรงที่ว่าคนไทยบางคนมันเหมือนจะดีแต่ก็เข้ามาหลอกลวงนักท่องเที่ยวนี่มัน... เจ็บจี๊ดมากๆ TAT;;;;; ยังไงก็ระวังตัวกันด้วยนะคะ)
(ปัจจุบันไม่ได้ไปเพราะขาดทุนทรัพย์+พ่อกับแม่ไม่ค่อยชอบไปเที่ยว ซิกๆ)
สุดยอดมากๆค่า (ชูนิ้วโป้งให้10นิ้ว ถ้ามีนะ5555)
ไอ่เราก็ไม่ชอบเทียวไปเทียวมา ติดบ้านมากๆ เห็นเขาเที่ยวก็ได้แต่อิจฉา แต่พอจะไปเองก็ ขี้เกียจ+ไม่มีเพื่อน+ไม่มีเงิน
แย่
#1 By ป้าแดง underground on 2009-11-04 21:58